ปากกาอิ่มทิพย์

Slimming Pen

ปากกาอิ่มทิพย์ ทางเลือกใหม่ของคนอยากลดน้ำหนัก

     คนส่วนใหญ่มักคิดว่าการออกกำลังกายเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการลดน้ำหนักแต่จริง ๆ แล้วการออกกำลังกายนั้นเป็นส่วนประกอบเพียง 20 เปอร์เซ็นต์ที่จะทำให้น้ำหนักลด อีก 80 เปอร์เซ็นต์ขึ้นอยู่กับการกินอาหาร

     ปากกาอิ่มทิพย์ ได้รับการรับรองจาก อย. ไทย และสหรัฐอเมริกา (U.S. FDA)

     ปากกาอิ่มทิพย์ เป็นยาที่เลียนแบบฮอร์โมนตามธรรมชาติของมนุษย์ที่ช่วยให้อิ่มเร็วขึ้น การคุมอาหารจึงไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

จิ้มพุงวันละครั้ง ใช้ง่าย สะดวก ไม่เจ็บ

ประโยชน์ของปากกาลดน้ำหนัก

  • ช่วยให้น้ำหนักลดลงได้ง่ายขึ้น

  • เป็นการเลียนแบบสารธรรมชาติที่มีในร่างกาย (GLP-1)

  • ช่วยให้อิ่มเร็ว และนานขึ้น

  • ช่วยลดนิยสัยการกินจุกจิก กินไม่เป็นเวลา

  • ช่วยให้การนอนหลับมีประสิทธิภาพมากขึ้น

  • ไม่กลับมาอ้วน ไม่มีโยโย่เอฟเฟ๊กต์

ปากกาอิ่มทิพย์ เหมาะสมกับใครบ้าง?

  • ผู้ที่ที่มีภาวะน้ำหนักเกินเกินเกณฑ์มาตรฐาน หรือ ดัชนีมวลกาย BMI อยู่ในภาวะน้ำหนักเกิน

  • ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพหรือมีโรคต่างๆเช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง

  • ผู้ที่อยู่ในช่วงลดน้ำหนัก และต้องการตัวช่วย

  • ผู้ที่ต้องการลดพฤติกรรมการกินจุบจิบ

  • ผู้ที่ใช้วิธีอื่นแล้วไม่เห็นผล เช่น ยาลดน้ำหนักที่ไม่ได้มาตรฐาน

  • ผู้ที่ต้องการหาวิธีลดน้ำหนักอย่างปลอดภัย ไม่มีผลค้างเขียง ไม่กลับมาโยโย่

ปากกาอิ่มทิพย์ ไม่เหมาะสมกับใครบ้าง?

  • ผู้ที่มีประวัติการแพ้ยา Liraglutide

  • ผู้ที่เป็นโรคไทรอยด์

  • ผู้ที่เป็นโรคเกี่ยวกับต่อมไร้ท่อ

  • ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี และอายุ 75 ปีขึ้นไป

  • หญิงตั้งครรภ์ วางแผนจะมีบุตร หรือกำลังให้นมบุตร

  • ผู้ที่ใช้ยาเบาหวาน หรือยาที่เกี่ยวข้องกับการแข็งตัวของเลือด

  • ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการทำงานของตับ ไต ลำไส้และกระเพาะอาหารควรปรึกษาแพทย์ก่อน

แล้วจะรู้ได้ยังไงหละว่า BMI เท่าไหร่อยู่ในภาวะน้ำหนักเกิน ?

วิธีคำนวณค่าดัชนีมวลกาย (BMI)

ค่าดัชนีมวลกาย (BMI)

=

น้ำหนัก 60 กิโลกรัม

(1.60 เมตร x 1.60 เมตร)

=

23.44

ค่าดัชนีมวลกาย (BMI)

=

น้ำหนัก (กิโลกรัม)

ส่วนสูง (เมตร) x ส่วนสูง (เมตร)

     การพยายามลดน้ำหนักอย่างไม่ถูกวิธี อาทิ การอดอาหาร งดอาหารจำพวกแป้ง และไขมันแบบตัดขาด รับประทานอาหารเพียงมื้อใดมื้อหนึ่ง รับประทานแต่ผัก และผลไม้ รวมไปถึงพฤติกรรมหรือปัจจัยอื่น ๆ ที่ส่งผลเสีย เช่น การ รับประทานอาหารไม่ตรงเวลา หรือความเครียด สิ่งเหล่านี้กลับยิ่งส่งผลกระทบต่อร่างกายโดยตรง เพราะถึงน้ำหนักจะลดลงแต่ก็เสี่ยงกับภาวะขาดสารอาหาร และส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำลงซึ่งจะทำให้ยิ่งมีความอยาก ความโหยเพิ่มมากขึ้น จนนำไปสู่การรับประทานอาหารที่มากขึ้นด้วย นอกจากนี้ยังส่งผลให้ระบบเผาผลาญในร่างกายทำงานได้น้อยลง ไม่มีประสิทธิภาพ นี่จึงเป็นที่มาของคำว่า “ยิ่งลด ยิ่งอด ยิ่งอ้วน” ซึ่งนอกจากความอ้วนจะมีผลต่อบุคลิกภาพ และความมั่นใจแล้ว ยังมีผลเสียต่อสุขภาพจนอาจก่อให้เกิดโรคร้ายนานาชนิด อาทิ

  • โรคเบาหวาน

  • โรคความดันโลหิตสูง

  • โรคหัวใจขาดเลือด

  • โรคมะเร็ง

  • โรคข้อเข่าเสื่อม

  • ไขมันในเลือดสูง, ไขมันพอกตับ

  • ปัญหาหยุดหายใจขณะนอนหลับ (เนื่องจากเกิดการอุดกั้นทางเดินหายใจ)

ปากกาอิ่มทิพย์ 1 ด้ามใช้ได้กี่วัน ?

1. การเพิ่มขนาดยาแต่ละโดสอาจทำให้เกิดอาการ จุกแน่น คลื่นไส้ อาเจียน ได้ซึ่งเป็นอาการปกติจะหายเองใน 1-2 วัน
2. การใช้ครั้งแรก ปากกา 1 ด้าม ใช้ใด้ 17 วัน หากเพิ่มโดสยาได้ตามกำหนด จนถึง 3.0 mg ใช้ปากกาประมาณ 3 ด้าม 

- ขนาดยา 1.2 mg ใช้ปากกา 2 ด้าม/1เดือน        
- ขนาดยา 1.8 mg ใช้ปากกา 3 ด้าม/1เดือน      
- ขนาดยา 2.4 mg ใช้ปากกา 4 ด้าม/1เดือน
- ขนาดยา 3.0 mg ใช้ปากกา 5 ด้าม/1เดือน
     คำแนะนำ : ขนาดยา 3.0 mg เป็นปริมาณที่แนะนำ แต่หากเพิ่มขนาดยาแล้วเกิดอาการจุกแน่น คลื่นไส้ อาเจียน คนไข้สามารถใช้ยาขนาดเดิมต่อได้ แต่เพื่อผลลัพธ์ที่ดีกว่า และเพื่อให้ได้ผลดียิ่งขึ้นแนะนำให้เพิ่มขนาดยาให้ถึง 3.0 mg

กรณีลืมฉีดยา

     การใช้ยาสามารถเลือกใช้เวลาใดก็ได้ที่สะดวก แต่แนะนำให้เป็นเวลาเดียวกันทุกวัน บริเวณที่ฉีดแนะนำเป็นบริเวณหน้าท้อง  
ต้นแขนด้านใน หรือต้นขาด้านใน
     กรณีลืมฉีดยา ภายใน 12 ชั่วโมงให้ฉีดทันทีที่นึกขึ้นได้
     หากเกิน 12 ชั่วโมงให้ฉีดวันถัดไปแทนโดยไม่ต้องเพิ่มขนาดยา
     หากลืมฉีดเกิน 3 วัน แนะนำให้เริ่มโดส 0.6 ใหม่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแพทย์

การเก็บรักษายา

     - ควรเก็บรักษายาไว้ในตู้เย็น ที่อุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียส (ห้ามแช่แข็ง)
     - หลังจากเปิดใช้ครั้งแรก ยาจะมีอายุ 1 เดือน สามารถเก็บยาที่อุณหภูมิต่ำกว่า 30 องศา เก็บยาไว้ในตู้เย็น ที่อุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียส

©2018 by Kowit Cosmetic Surgery Clinic By Dr.Krit.